คำเตือน โหลดโหด..
 
   กลับมาอีกครั้งในวันเด็ก ไม่รู้ว่าตอนนี้มีใครไปเดินเที่ยวอยู่ไหนบ้าง ก็ขออวยพรให้น้องๆ ที่ยังเป็นเด็กอยู่ Kiss มีความสุข สนุกสนาน สดชื่น สดใส ให้สมกับวัยเด็กแล้วกันครับ สำหรับผู้ใหญ่ผมก็คงจะขอยืมแคนโต้จาก facebook ของ Bastet's Canto มาแปะไว้ว่า
 
ความสุขของผู้ใหญ่
วิ่งไล่ไขว่คว้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในขณะที่ความสุขของเด็กอยู่แค่ที่ลูกโป่งในมือ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
 
   เอาละ อวยพรวันเด็กพอเป็นพิธีแล้ว เราก็ขอเข้าเรื่องตามชื่อ Entry เลยแล้วกัน ถ้ายังจำกันได้ Entry ที่แล้ว ผมได้บอกว่าจะหนีเที่ยวไปเที่ยวลาวใต้ และก็บอกว่าจะเอารูปมาให้ได้ยลกัน Embarassed ผมก็ขออนุญาตนำลงเป็นตอนๆ แล้วกันนะครับ 
 
   สำหรับตอนแรกนี้ เป็นการเดินไหว้พระในตัวเมืองอุบลราชธานีครับ ขอเกริ่นนำก่อนว่าการเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้นัดพบกันที่อุบลฯ ครับ ผมเดินทางไปถึงคนแรกตอนประมาณ 6 โมงเช้าด้วยรถทัวร์ และกลุ่มที่สองที่จะมาถึงก็ประมาณ 9 โมงโน้นแน่ะ ผมก็เลยมีเวลาเดินเล่นคนเดียวชิวๆ ก่อน และก็ได้ใส่บาตรเอาฤกษ์ เอาชัยก่อนที่จะเริ่มต้นทริปนี้
   เณรน้อยสองรูปนี้แหละ ที่ได้ใส่บาตร
 
   จากนั้นก็เดินเตร็ดเตร่บริเวณทุ่งศรีเมือง เดินดูวิถีชีวิตยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ นมัสการศาลหลักเมืองอุบลราชธานี มองดูผู้คนกำลังออกกำลังกาย ชมต้น(ปูน)เทียนที่สวยงาม
 
ทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี
 
   หลังจากเดินชิวๆ อยู่คนเดียวก็ได้เวลาไปรับกลุ่มที่สองที่สนามบินนานาชาติอุบลราชธานี แต่จะเดินทางไปยังไงล่ะ เผื่อใครอาจจะไม่ทราบ ที่อุบลฯ มีรถ Taxi ให้บริการด้วยนะ แต่ผมไม่ได้ขึ้น Taxi ไปหรอก เพราะว่ารอนานมากกกก (มารู้เอาทีหลังว่ามี Taxi อยู่ประมาณแค่ร้อยกว่าคันเท่านั้น) ก็เลยโบกตุ๊กตุ๊กไป โดนดีเลยครับ ราคานักท่องเที่ยว จัดไปใกล้ๆ 100 บาท (ราคาต่อแล้วจาก 120 บาท) Foot in mouth
 
   พอไปถึงสนามบิน รวมตัวกับกลุ่มที่ 2 ได้ ก็เริ่มต้นการทัวร์เมืองอุบลฯ กันแล้ว แต่ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก็ต้องไปหาอาหารเช้ากินกันก่อน อย่ารอช้า เดินออกจากสนามบินไปนั่ง Taxi แล้วตรงดิ่งไปที่ร้าน "เนสกาแฟ" (ลืมบอกไป Taxi ที่นี่ Start ที่ 30 บาทเท่านั้น) อาหารอร่อย โดยเฉพาะก๋วยจั๊บยวญ แนะนำอย่างแรง เจ้าของร้านก็ใจดี แถมด้วยบรรยากาศเย็นๆ สบายๆ ยามเช้า 
 
ไข่กระทะ มื้อเช้า และมื้อแรกที่อุบลราชธานี
 
   ต่อจากนั้นก็เดินทางไปทุ่งศรีเมืองอีกครั้ง (ก็กลุ่มที่ 2 เขายังไม่ได้ไป) และก็ไปโรงแรมที่พัก เพื่อเอาของไปเก็บ โดยได้เข้าพักที่ ฐาปณีย์แมนชั่น (ทีแรกนึกถึงคุณฐาปณีย์ เอียดศรีชัย Kiss) อยู่ตรงหลังเทสโก้โลตัสพอดี หลังจากพักผ่อน ล้างหน้าล้างตา ก็เริ่มต้นทัวร์วัดในเมืองอุบลฯ กันแล้ว โดยไปเริ่มต้นกันที่ "วัดพระธาตุหนองบัว" โดยที่วัดนี้มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพระพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 โดยจำลองแบบเจดีย์มากจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย งดงามมาก
 
พระมหาเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ วัดพระธาตุหนองบัว
 
   หลังจากชื่นชมความของพระมหาเจดีย์ฯ ก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี คณะเราก็เดินทางไปทานอาหารเวียดนามกันที่ร้าน "อินโดจีน" 
 
อาหารกลางวันมื้อที่สองที่อุบลราชธานี ณ ร้านอินโดจีน
 
   หลังจากอิ่มกันแล้วในราคาไม่แพง ก็เดินทัวร์วัดกันต่อ วัดต่อไปคือ "วัดแจ้ง" ซึ่งเป็นวัดที่มีอุโบสถที่สร้างเสร็จในราวปี 2455 ได้รับการยกย่องว่ารูปทรงสวยงามและมีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นฐานโดยแท้ แต่เสียดายที่วัดนี้คณะของเราแค่เดินผ่าน ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมความงามของงานฝีมือเมื่อเกือบ 100 ปี หลังจากผ่านวัดแจ้งไปแล้ววัดต่อไปที่คณะของเราเดินทางไปก็คือ "วัดมหาวนาราม" เป็นวัดที่ถือได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี โดยสร้างขึ้นหลังจากได้ก่อสร้างเมืองอุบลราชธานี จึงถือว่าเป็นวัดแรกของเมืองอุบลฯ และมีปูชณียวัตถุที่สำคัญคือ "พระเจ้าใหญ่อินแปลง" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะศิลปะแบบลาว ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเลยทีเดียว
 
พระเจ้าใหญ่อินแปลง ณ วัดมหาวนาราม
 
   ต่อจากนั้นก็ไปกันต่อที่ั "วัดศรีอุบลรัตนาราม" โดยเดินทางกลับมาบริเวณทุ่งศรเมืองอีกครั้ง โดยวัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองคือ "พระแก้วบุษราคัม"
 
พระแก้วบุษราคัม ณ วัดศรีอุบลรัตนาราม
 
   วัดต่อมาคือ "วัดสุปัฏนารามวรวิหาร" เป็นวัดที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล โดยมีสิ่งสำคัญภายในวัดก็คือ พระอุโบสถ โดยหลังเดิมสร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)   และหลังจากผุพังไปก็ได้สร้างหลังใหม่ขึ้นมาโดยมองดูคล้ายได้รับอิทธิพลตะวันตกมา
 
วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
 
   และทัวร์วัดในวันนั้นก็จบลงที่ "วัดทุ่งศรีเมือง" โดยมีศาสนสถานที่สำคัญคือ หอพระพุทธบาท และ หอไตรกลางน้ำ โดยหอไตรตั้งอยู่ใน สระหอไตร ซึ่งเกิดเป็นสระได้เนื่องจากการขุดนำดินไปทำเขื่อนกำแพงแก้วเพื่อป้องกันน้ำท่วมหอพระพุทธบาท สำหรับหอพระพุทธบาทนั้น สร้างโดยครูช่างชาวเวียงจันทร์ หลังคาเป็นทรงไทยศิลปะเวียงจันทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจำลองพระพุทธบาทให้คนได้กราบไหว้โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงจังหวัดสระบุรี
 
หอไตรกลางน้ำ และหอพระพุทธบาท ณ วัดทุ่งศรีเมือง
 
   และแล้วการเดินทางในวันนี้ก็ได้จบลงแล้ว กับวัดทั้งหมด 6 วัดที่ได้ผ่านมา เดินกันขาลากเลยทีเดียว แทบจะมุดทุกตรอก ซอก ซอย ในตัวเมืองอุบลฯ เลยก็ว่าได้ วันรุ่งขึ้นก็จะเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวกันแล้ว 
 
   เอาไว้ครั้งหน้าจะพาเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวกันครับ วันนี้ขอตัวไปนอนก่อน ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ
 
 
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://guideubon.com

Comment

Comment:

Tweet

ไหนคุยว่าจะอัพทุกศุกร์

ตานี้อัพทุกเดือนยังไม่มีเล้ยเทอ

#10 By ปิยะ99 on 2012-04-03 19:07

กำลังจะไปอุบล ขออนุญาติตามรอยนะคะ :-)

#9 By E-Pa's Journey Blog on 2012-03-02 18:40

ไม่เคยไปอุบลเลยครับ

แค่ดูรูปก็อยากไปเที่ยวบ้าง big smile

#8 By iDreamplus on 2012-02-04 22:01

ไข่กระทะ

ได้ไปวัด ได้บุญbig smile Hot!
อุบลยังไม่เคยไปเลยครับ

แต่ไปไหว้พระแล้วได้บุญแน่นอนครับbig smile
เคยไปอุบลหลายรอบแต่ไม่เคยไปเที่ยวอย่างนี้เลยค่ะ
(เพราะปกติไปแต่ส่งน้องสาวที่หอเลยไม่เคยได้แวะเลย)

พระมหาเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ น่าไปมาก

ถ้าได้มีโอกาสก็อยากไปจริงๆ ค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By r i j e -[a x k i z e l] on 2012-01-18 18:30

จุบๆๆHot! confused smile

#4 By ปิยะ99 on 2012-01-17 13:39

Hot! Hot! Hot!

แค่คำคมด้านบนเพียงสั้นๆ ก็ทำให้คิดและอมยิ้มไปกับมันแล้ว


นั่นสินะ

เรากำลังไล่อะไรอยู่..

ที่นี่น่าไปครับ เคยไปแค่ครั้งเดียวและมีเวลาไม่มาก.

มีความสุขมากๆครับ^^
ยังไม่เคยไปอุบลฯเลยอ่า
อยากไปมั่งจัง
ปล. เริ่มเอนทรีมาก็ชอบละ

ความสุขของผู้ใหญ่
วิ่งไล่ไขว่คว้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ในขณะที่ความสุขของเด็กอยู่แค่ที่ลูกโป่งในมือ
Hot! Hot! Hot!

#2 By Nami on 2012-01-15 10:04

Hot! Hot! Hot!

น่าไปมากครับ...

confused smile confused smile confused smile

#1 By Ruj Rattanapahu on 2012-01-15 02:03

Krai W. View my profile