เมื่อโลกใบนี้จะมีแต่ภาษาอังกฤษ
posted on 04 Apr 2008 18:10 by krai07 in Article
วันนี้ผมอ่านบทความของคุณนิติภูมิ คอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก ทางไทยรัฐออนไลน์ (www.thairath.co.th) ครับ เรื่องภาษาไทยจะกลายเป็น Non-E ลองอ่านดูนะครับ ผมอยากรู้ว่าเพื่อนๆ มีความคิดเหมือนผมหรือเปล่า 
ภาษาไทยจะกลายเป็น non-E [4 เม.ย. 51 - 15:25]
ผมเข้าไปใน english.com อ่านข่าวชิ้นหนึ่ง ซึ่งรายงานมาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อ่านแล้วก็หัวร่องอหาย พร้อมทั้งไม่ชอบขี้หน้าสหประชาชาติ และรัฐบาลสหรัฐอเมริกามากขึ้น
นายแอนดรู สไตเนอร์ Andrew Steiner เลขาธิการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ + นายกอร์ดอน สแตนแซล Gordon Stanzel โฆษกทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา + ดร.แอเดรียน หว่อง Dr Adrian Wong หัวหน้าศูนย์ศึกษาด้านภาษาแคมเดน และผู้คนอีกมากมายหลายคน ไปประชุมสุมหัวและอภิปรายกันเพื่อจะให้เลิกใช้ ภาษาอื่น และให้โลกทั้งใบหันมาใช้แต่เพียงภาษาอังกฤษ
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่เข้าประชุมอภิปรายว่า ภาษาที่ไม่มีความจำเป็นพวกนี้ (ใช้คำว่า unnecessary languages) ทำให้ต้องมีการแปลเป็นภาษาอื่น รวมทั้งเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้สิ้นเปลืองกระดาษ ใช้ กระดาษมากก็ต้องไปตัดป่ามาก และอันนี้แหละที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน กระดาษพวกนี้เมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องเผา ทำให้เกิดควันขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศ เกิดสภาวะที่ไม่ดีต่อโลกอีก
การที่ปล่อยให้โลกมีหลายภาษา ทำให้ยุ่งยากในการปราบผู้ก่อการร้าย ผู้ก่อการร้ายมักจะใช้ภาษาอื่นที่พวกเรา (สหรัฐอเมริกา และสหประชาชาติ) ไม่เข้าใจ ทำให้ต้องเสียเงินเสียทองและเสียเวลาในการจัดแปลภาษาที่ผู้ก่อการร้ายใช้
การมีหลายภาษาทำให้โลกทั้งใบเข้าใจกันยากขึ้น
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่เข้าประชุมให้ข้อมูลว่า การเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองสร้างความกดดันให้ผู้เรียน ทางแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ต้องให้มนุษย์เรียนรู้อังกฤษเป็นภาษาแม่ซะตั้งแต่เกิด ทั้ง 3 หน่วยงานหลักของโลกอ้างวิจัยทางการแพทย์ว่า สมองของมนุษย์มีความสามารถรับและปรับได้เพียง 1 ภาษาเท่านั้น
ดร.แอเดรียน หว่อง หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ด้านภาษาแคมเดน บอกว่า การที่ต้องเรียนภาษาที่สอง ทำให้มนุษยชาติขาดการพัฒนา ดังนั้น การเรียนภาษาที่สองจึงควรจะเป็นสิ่งต้องห้ามต่อไปในอนาคต
ในที่ชุมนุมสุมหัวของทั้ง 3 หน่วยงานในครั้งนี้ พวกนั้นออกบัญชี “ภาษาต้องห้าม” มาทั้งหมด 6 ตาราง ตารางแรกคือ รายชื่อ 6 ภาษาที่มีผู้คนใช้กันน้อยกว่า 1 ล้านคน ซึ่งจะต้องอยู่ ในโครงการรณรงค์ให้เลิกใช้ภายใน ค.ศ.2014 (อีก 6 ปีข้างหน้า) คือ ภาษา Faroese, Tuvaluan, Welsh, Breton, Maltese และ Icelandic
ตารางที่ 2 มีอีก 6 ภาษา ที่ผู้คนใช้กันน้อยกว่า 25 ล้าน และต้องให้มีการเลิกใช้ภายใน ค.ศ.2021 คือ Lao, Greek, Czech, Swedish, Hmong และ Africaans
ตารางที่ 3 มี 5 ภาษา ที่มนุษย์ใช้กันน้อยกว่า 50 ล้าน และ ต้องรณรงค์ให้เลิกใช้ภายใน ค.ศ.2028 คือ Azerbaijani, Burmese, Romanian, Dutch และ Kurdish
ตารางที่ 4 มี 5 ภาษาเหมือนกัน มีมนุษย์ใช้กันน้อยกว่า 100 ล้าน และต้องรณรงค์ให้เลิกภายใน ค.ศ.2035 คือ Thai, Vietnamese, Korean และ Punjabi
ตารางที่ 5 มี 4 ภาษา มีผู้คนใช้กันน้อยกว่า 250 ล้าน และต้องรณรงค์ ให้เลิกให้ได้ภายใน ค.ศ.2042 คือ French (ควรต้องเริ่มลดใช้ภาษานี้ตั้งแต่ ค.ศ.2028 เป็นต้นไป), Portuguese, Russian และ Japanese
ตารางที่ 6 สุดท้าย เป็น 3 ภาษาที่ต้องลดให้ได้ภายใน ค.ศ.2049 ซึ่งเป็นภาษาที่มีผู้คนใช้กันมากถึง 1 พันล้าน ได้แก่ Mandarin (ต้องให้ยกเลิกภาษานี้ซะตั้งแต่ ค.ศ.2042), Spanish และ Arabic
ผู้เข้าประชุมมีข้อแนะนำว่า ในอนาคต การพิจารณาเรื่องต่างๆควรจะพิจารณาเฉพาะที่เขียน พูด หรือพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โลกต้องมีภาษาเพียง 2 แบบ คือ แบบ English และแบบ Non-E (หรือ Non-English)
ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษจะถูกเรียกเป็น Non-E ตอนหนึ่งของคำบรรยายมีว่า...and it will be an offence to use, teach or publish Non-E และเป็นการกระทำผิดกฎหมายหากมีการใช้ สอน หรือพิมพ์เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
บทความนี้ยังมีอีกยาว EnglishClub.com นำบทความนี้มา ตีพิมพ์ เมื่อ 1 เมษายน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นวัน April Fool's Day แต่ ก็ได้รับการตอบรับจากคนอังกฤษ อเมริกัน แคนาดา ออสเตรเลีย ฯลฯ และผู้คนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษจำนวนไม่น้อย
หากแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับมากขึ้น เรามารวมพลังกันสู้ ดีไหมครับ.
นิติภูมิ นวรัตน์
ที่มา > http://www.thairath.co.th/news.php?section=international01&content=84797
edit @ 4 Apr 2008 18:23:13 by Krai Wicharatana
ไม่ย๊อมมม ไม่ยอม
เราจะไม่เลิกใช้ภาษาไทยของเรา ประเทศไทยจงเจริญจ้าาา!!
#1 By E un 3 on 2008-04-04 18:35